หลังน้ำท่วมสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องเผชิญคือ กลิ่นอับ, เชื้อรา, พื้นพอง, และ เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย ถ้าเริ่มต้นไม่ถูกอาจทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายได้ บทความนี้จะสรุปขั้นตอนแบบง่าย ๆ และทำตามได้จริง
1) ตรวจความปลอดภัยก่อนเข้าไปในบ้าน
-
ตัดไฟหลักของบ้านทันที
-
ตรวจโครงสร้างบ้านว่าร้าว เอียง หรืออันตรายหรือไม่
-
ถ้าน้ำท่วมถึงปลั๊กไฟ → ห้ามเปิดใช้จนกว่าช่างไฟเช็กให้
2) แยกของที่ซ่อมได้–ทิ้งได้
ซ่อมได้: ไม้จริง, เสื้อผ้า, ของที่ล้างได้
ทิ้งเลย: ฟูก, ผ้าห่ม, ไม้ MDF, ปาร์ติเคิล
ต้องเช็กเพิ่ม: เอกสาร, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
3) ล้าง – ฆ่าเชื้อ – ตากแห้ง
-
กวาดโคลนออกก่อน
-
ล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ (ไฮเตอร์เจือจาง หรือ EM)
-
เปิดหน้าต่าง–เปิดพัดลมให้แห้ง
-
อย่าอบด้วยความร้อนจัด
4) ตรวจพื้นและผนัง
-
พื้นกระเบื้อง: เคาะ ถ้าเสียงโปร่งคือหลุด ต้องลอก
-
พื้นลามิเนต: พอง = เปลี่ยน
-
พื้นไม้จริง: ตาก 3–7 วันก่อนซ่อม
-
ผนังยิปซัม: เปียก = เปลี่ยนแผ่น
-
ผนังปูน: ขูดสีที่พองออกแล้วทาใหม่
5) ระบบไฟ – ระบบน้ำ
-
ให้ช่างไฟตรวจปลั๊ก สวิตช์ ตู้ไฟ
-
ตรวจท่อรั่ว แรงดันน้ำผิดปกติ
6) กำจัดกลิ่นอับและเชื้อรา
กลิ่นอับ: ถ่านไม้, เปิดพัดลม, ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ
เชื้อรา:
-
บนไม้ → น้ำส้มสายชู/น้ำยากันรา
-
บนผนัง → ขัด + ทาสีกันรา
-
บนฟูก → มักต้องทิ้ง
7) วิธีป้องกันน้ำท่วมครั้งต่อไป
-
ยกปลั๊กไฟให้สูง
-
ใช้ชั้นวางแบบลอย
-
เก็บเอกสารในกล่องกันน้ำ
-
เตรียมกระสอบทราย/อุปกรณ์ป้องกันไว้ล่วงหน้า